นอนไม่หลับทําไงดี - ผลิตภัณฑ์ช่วยในการนอนหลับคือคำตอบ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Website ของบริษัท ไม่กรน จำกัด

Opening Hours : Monday to Sunday 9.00-19.00 น.
  Contact : 086-619-9173 Line: @maikron

ผลิตภัณฑ์ช่วยในการนอนหลับ

โรคนอนไม่หลับ

Q: ทำไมคุณควรรักษาอาการนอนไม่หลับ?

A: เพราะผลกระทบจาการนอนไม่หลับจะกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และความปลอดภัยของคุณนั่นเอง (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

นอนไม่หลับทำไงดี

จากงานวิจัยพบว่า:

✔ ผู้ที่นอนไม่หลับจะมีอัตราการเกิดโรคซึมเศร้ามากกว่าคนปกติ 4 เท่า
✔ การนอนไม่หลับส่งผลให้เกิดความเครียด อาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจตามมาได้
✔ อาจทำให้เกิดอันตรายขณะทำงาน หรือขับรถได้
✔ ขาดงานบ่อย ทำให้ไม่ก้าวหน้าในการทำงาน

(ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

วิธีรักษาอาการนอนไม่หลับ ตามหลักสากล แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

1. การบำบัดรักษาอาการนอนไม่หลับโดยไม่ใช้ยา (การปรับความคิดและพฤติกรรม)

2. การบำบัดรักษาอาการนอนไม่หลับโดยการใช้ยา

บริษัท ไม่กรน จำกัด ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ช่วยในการนอนหลับ ซึ่งเป็นการบำบัดรักษาอาการนอนไม่หลับ โดยไม่ใช้ยา เป็นตัวช่วยให้การนอนหลับของคุณง่ายขึ้น เร็วขึ้น และสนิทขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

Glo to Sleep DELUXE – หน้ากากช่วยในการนอนหลับ จาก USA 

Sleep Therapy Mask | Switch off your mind

 

gts-large-2000

GloBar

(ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

นี่คือข่าวดีสำหรับคุณ! คุณสามารถปิดสวิตช์ที่ใจ แล้วนอนหลับได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับด้วย Glo to Sleep DELUXE – Sleep Therapy Mask เป็นหน้ากากเอาไว้ปิดตาตอนนอน มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบาย โดยมันทำงานร่วมกับร่างกายของคุณเพื่อให้หลับได้อย่างมีสุขภาพที่ดี เมื่อใช้เป็นประจำมันจะช่วยให้การนอนของคุณกลับมมาสู่ภาวะปกติ แถบสีฟ้าด้านในหน้ากากจะช่วยให้จิตใจของคุณโฟกัสไปที่ความผ่อนคลาย ทำให้หลับได้อย่างเป็นธรรมชาติคล้ายๆกับการนั่งสมาธิ สินค้านำเข้าจาก USA ราคา 1,800 บาท

สนใจข้อมูลสินค้า Glo to Sleep DELUXE  เพิ่มคลิกที่: http://www.maikron.co.th/glo-to-sleep/
—————————–

นอนไม่หลับทําไงดี?

เป็นคำถามที่พบบ่อยมาก แต่ก่อนที่จะเราทราบวิธีในการช่วยทำให้นอนหลับ เราจะต้องทราบก่อนว่า โรคนอนไม่หลับมาคืออะไร และมาจากสาเหตุอะไร?

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) คืออะไร

บริษัท ไม่กรน จำกัด - นอนไม่หลับ

โรคนอนไม่หลับ – เป็นอาการนอนไม่หลับหรือหลับลำบาก หรือหลับไม่สนิท ถ้าคุณประสบปัญหาจากโรคนอนไม่หลับ คุณจะรู้ว่าการนอนไม่หลับจะมีผลกระทบกับคุณในช่วงกลางวัน และกลางคืน ทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียในระหว่างวัน และเป็นสาเหตุให้มีปัญหาในการทำงาน

อาการนอนไม่หลับ หลับลำบากหรือหลับไม่สนิท จะพบมากในผู้หญิงและผู้สูงอายุ

อาการนอนไม่หลับมีกี่ประเภท?

ทางการแพทย์แบ่งประเภทของอาการนอนไม่หลับได้ 3 ประเภท คือ

1. การนอนไม่หลับแบบชั่วคราว (Transient insomnia) คือ การนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน แต่ไม่ถึงหลายสัปดาห์ ส่วนมากแล้วมักจะเกิดมาจากความเครียด ความกังวลใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น เสียงดัง ส่วนใหญ่แล้วอาการจะดีขึ้นเองในไม่กี่วัน

2. การนอนไม่หลับแบบระยะต่อเนื่อง (Intermittent insomnia) เป็นเวลาหลายสัปดาห์ อาจเกิดจากปัญหา ด้านสุขภาพหรือแม้แต่เครียดมากๆ ต่อปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ คนที่มีอาการเหล่านี้จำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื้อรัง

3. การนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง (Chronic insomnia) คนกลุ่มนี้จะนอนไม่หลับต่อเนื่องเกือบทุกคืน ติดต่อกันหลายเดือน นานจนอาจเป็นปี สาเหตุนั้น จะซับซ้อนมากขึ้น บางกรณีอาจมาจากความ ผิดปกติทางร่างกาย เช่น การหายใจผิดปกติขณะหลับ กล้ามเนื้อขากระตุกเป็นพักๆ ระหว่างนอน อาการปวดต่างๆ ตลอดจน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคปอดหรือโรคกรดไหลย้อน เป็นต้น

สาเหตุของอาการนอนไม่หลับ?

พบว่าเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

1. ปัญหาทางด้านอารมณ์ เช่น ภาวะตึงเครียดในชีวิต

2. การเปลี่ยนแปลงในความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อม เช่น แสงสว่างมากเกินไป เสียงดัง อุณหภูมิร้อนเกินไป การเปลี่ยนที่นอนและการเดินทางข้ามเส้นแบ่งเวลาโลก การทำงานกะดึก

3. ปัญหาการนอนที่มาจากโรคของการนอนหลับโดยตรง เช่น การเคลื่อนไหวแขนขาที่ผิดปกติขณะหลับ การขาดลมหายใจระหว่างการนอนหลับเป็นพัก ๆ

4. ความผิดปกติทางสรีรวิทยาของผู้ป่วยที่มีความไวกว่าธรรมดา เช่น ภาวะตื่นตัวสูงและตื่นเต้นง่าย

5. โรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคในกลุ่มกังวล โรคจิต

6. อาการเจ็บป่วยหรือความไม่สบายทางร่างกาย เช่น สมองเสื่อม ความผิดปกติของฮอร์โมน อาการปวดการไอเรื้อรัง การหายใจลำบาก การตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อย ๆ

7. การใช้ยาหรือสารบางชนิด

วิธีแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ วิธีให้ทำให้นอนหลับง่าย

ขั้นที่ 1. การแก้ปัญหานอนไม่หลับควรเริ่มด้วยตัวเราเองก่อน ด้วยการมีสุขศาสตร์ของการนอนหลับที่ดี ได้แก่

1. เข้านอนเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา จัดชีวิตทั้งวันให้เป็นเวลา เมื่อไรทานอาหาร เมื่อไรทานยา เมื่อไรออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคย

2. ไม่นอนอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงหลังเวลาตื่นนอนแล้ว

3. ตื่นเมื่อรู้สึกว่านอนพอแล้ว อย่าพยายามนอนต่อเพื่อชดเชยให้กับการอดนอนวันก่อนๆ

4. หลีกเลี่ยงการงีบตอนกลางวัน ถ้าจำเป็นให้งีบสั้นๆ อย่านอนกลางวันนานกว่า 1 ชม. และอย่านอนหลัง 15.00 น.แล้ว

5. ปรับภาพห้องนอนให้น่านอน เอาของรกรุงรังออกไป จัดแสงให้นุ่มก่อนนอน และมดสนิทเมื่อถึงเวลานอน ไม่ให้มีเสียงดัง ระบายอากาศดี ดูแลเครื่องนอนให้แห้งสะอาดไม่อับ และรักษาอุณหภูมิให้สบาย

6. ไม่ใช้ที่นอนเป็นที่ทำงาน ไม่ทำกิจกรรมเช่นดูทีวี อ่านหนังสือ กินของว่าง เล่นไพ่ คิด วางแผน บนที่นอน

7. หยุดงานทั้งหมดก่อนเวลานอนสัก 30 นาที ทำอะไรให้ช้าลงแบบ slow down พักผ่อนอิริยาบถ ทั้งร่างกาย จิตใจ สวมชุดนอน ฟังเพลงเบาๆ หรืออ่านหนังสืออ่านเล่าเบาๆ อย่าดูทีวีโปรแกรมหนักๆหรือตื่นเต้นก่อนนอน

8. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นจิตใจ อารมณ์ หรือร่างกายก่อนนอน ไม่คุยเรื่องเครียด ไม่ออกกำลังกายหนักๆก่อนนอน

9. ไม่ทานอาหารมื้อใหญ่ก่อนนอน แต่ก็อย่าถึงกับเข้านอนทั้งๆที่รู้สึกหิว

10. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหลังเที่ยงวัน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน 6 ชั่วโมง ไม่สูบบุหรี่ก่อนนอน

11. หลีกเลี่ยงยานอนหลับทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่ซื้อทานเองโดยไม่รู้จักชื่อ

12. ออกกำลังกายทุกวัน ถ้าเลือกเวลาได้ ออกกำลังกายตอนบ่ายหรือเย็นดีที่สุด แต่ไม่ควรให้ค่ำเกิน 19.00 น.

13. อย่าบังคับตัวเองให้หลับ ถ้าหลับไม่ได้ใน 15-30 นาทีให้ลุกขึ้นมาทำอะไรที่ผ่อนคลายเช่นอ่านหนังสือในห้องที่แสงไม่จ้ามาก หรือดูทีวีที่รายการที่ผ่อนคลาย จนกว่าจะรู้สึกง่วงใหม่ อย่าเฝ้าแต่มองนาฬิกาแล้วกังวลว่าพรุ่งนี้จะแย่ขนาดไหนถ้าคืนนี้นอนไม่หลับ

ขั้นที่ 2. คือใช้วิธีพฤติกรรมบำบัด (cognitive behavior therapy) ซึ่งต้องทำเอง พราะเมืองไทยไม่มีที่ไหนเปิดรักษาแบบนี้ หลักการก็คือผสมผสานหลายอย่างเข้าด้วยกัน ได้แก่

  • ทำตามสุขศาสตร์ของการนอนหลับข้างต้น
  • สอนตัวเองให้เข้าใจว่าความคิดกังวลเกี่ยวกับผลเสียของการนอนไม่หลับยิ่งจะมีผลเสียต่อการนอนไม่หลับมากขึ้น
  • สอนร่างกายและจิตใจให้รู้จักสนองตอบแบบผ่อนคลาย จะด้วยวิธีเกร็งแล้วคลายกล้ามเนื้อต่างๆไปทีจะกลุ่มกล้ามเนื้อ หรือด้วยวิธีอื่นๆเช่นฝึกสมาธิ (meditation) ให้ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งเดียว (เช่นลมหายใจ) แทนที่จะคิดฟุ้งสร้าน หรืออาจใช้วิธีรำมวยจีน หรือเล่นโยคะ ก็ได้
  • ใช้มาตรการจำกัดเวลานอน โดยลดเวลานอนลงเหลือเท่าที่นอนหลับจริงๆ แล้วค่อยๆกลับเพิ่มขึ้นใหม่สัปดาห์ละ 20 นาทีเมื่อระยะเวลานอนโดยไม่หลับเหลือไม่ถึง 15% ของเวลาเข้านอนทั้งหมด

ขั้นที่ 3. ก็คือไปหาหมอ ก่อนไปต้องจดประวัติการนอนหลับย้อนหลังสัก 2 สัปดาห์พร้อมระบุกิจกรรม ยา และสารกระตุ้นที่เกี่ยวข้อง ไปด้วย เรียกว่าทำ sleep diary เพื่อให้หมอวินิจฉัยสาเหตุของโรคได้แม่นยำและให้การรักษาได้ตรงจุดที่สุด หมออาจจะทำการตรวจเพิ่มเติมบางอย่างถ้าจำเป็น เช่น กรณีสงสัยโรคนอนกรน อาจใช้ห้องตรวจการนอนหลับทั้งคืน (polysomnography) คือให้ไปนอนหลับทั้งคืนในห้องตรวจการนอนหลับ (sleep lab)

Cr. Dr. Sant (นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์) : http://visitdrsant.blogspot.com